ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
                 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อใช้งานในด้านต่างๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ สามารถแบ่งได้หลายประเภทได้แก่

1. ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะด้าน (Custom Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และสอดคล้องกับการทำงาน  มีการว่าจ้างบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ หรือนักพัฒนาโปรแกรม (Programmer)  มาพัฒนาซอฟต์แวร์ ต้องเข้าไปศึกษาการทำงานและความต้องการของผู้ใช้เฉพาะด้านนั้นๆ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่  โปรแกรมระบบเงินเดือน โปรแกรมควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
    
2. ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (Word Processing)
 เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ ใช้สำหรับพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข ลบ แทรก ข้อความหรือรูปภาพ ช่วยให้การจัดรูปแบบเอกสารได้ง่ายและสวยงามยิ่งขึ้น ได้แก่ Microsoft Word,  OpenOffice Writer,  KWord เป็นต้น
 


   3. ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณ หรือ ตารางอิเล็กทรอนิกส์ (Spread Sheet) เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณที่ซับซ้อน สามารถใส่ข้อความ, สูตร หรือ สมการ เพื่อให้โปรแกรมคำนวณตามเงื่อนไขได้ ได้แก่ Microsoft Excel , OpenOffice Calc,  KSpread,  Numbers จาก Apple เป็นต้น


   4. ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (Database Management) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับจัดการกับข้อมูล ซึ่งข้อมูลอาจจะมีจำนวนมาก และมีความสัมพันธ์กัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีโปรแกรมสำหรับจัดฐานข้อมูล ซึ่งจะช่วยในการจัดการจัดเก็บ เรียกค้นมาใช้งาน การทำรายงาน การสรุปผล ได้แก่ Microsoft Access , Microsoft SQL Server , MySQL , Oracle , IBM DB2 เป็นต้น
 


    5. ซอฟต์แวร์นำเสนอ (Presentation Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูล จะทำให้การนำเสนอข้อมูลดูน่าสนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถ สร้างแผนภูมิกราฟ และแทรกรูปภาพได้ Microsoft PowerPoint , OpenOffice Impress , KPresenter , Keynote จาก Apple เป็นต้น
 


    6. ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ (CAD: Computer-Aided Design) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้เกี่ยวกับงานด้านวิศวกรรม ออกแบบ และสถาปัตยกรรม สามารถใช้ออกแบบสิ่งของเล็กๆ เช่น ชิ้นส่วน อะไหล่ ตัวถัง หรือเซรามิกส์ ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ เช่น นำมาใช้ในการร่างและออกแบบสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ ตั้งแต่บ้านหลังเล็กๆ  ไปจนถึงโรงแรม โรงพยาบาล คอนโดมีเนียมขนาดใหญ่ได้ ได้แก่ AutoCAD เป็นต้น


    7. ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบสิ่งพิมพ์ (Desktop Publishing) เป็นซอฟต์แวร์ออกแบบเอกสารอีกชนิดหนึ่ง แต่ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ จะเป็นแบบอะไรที่คุณเห็น คุณก็จะได้อย่างนั้น” (WYSIWYG: What You See Is What You Get) โดยสามารถที่จะออกแบบโครงร่างของหน้าเอกสาร ซึ่งประกอบไปด้วยข้อความ (Text) และกราฟิกส์(Graphics) รูปภาพ (Image) ได้แก่ Pages จาก Apple , Adobe InDesign เป็นต้น


    8. ซอฟต์แวร์สำหรับแต่งรูปภาพ (Image Edition Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการจัดการ หรือตกแต่งรูปภาพ ซึ่งเราสามารถตกแต่งภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ภาพเบลอ ใส่แสง หมุนภาพ  ใส่เอฟเฟก (effects) ต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่ Adobe Photoshop , GIMP , PhotoScape เป็นต้น
 

 


     9. CAI (Computer-Assisted Instruction) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้เกี่ยวกับการศึกษา ในการเพิ่มประสิทธิภาพการสอนและการรับรู้ของผู้เรียน โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวนำเสนอเนื้อหา และกิจกรรมของการเรียน โดยนำเนื้อหาและลำดับวิธีการสอนมาบันทึกเก็บไว้ และนำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมจะต้องถูกสร้างขึ้นมาตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ใช้เครื่องมือหลายๆ อย่างมาประกอบกัน เช่น Authorware, Toolbook ,Photoshop, Movie Maker, Sound Editor เป็นต้น 


Authorware
    
10. ซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างหน้าเว็บ (Web Page Authoring)
 เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างหน้าเว็บ (Web Page)ซึ่งจะช่วยให้การสร้างเว็บมีความสะดวกมากขึ้น และสามารถจัดรูปแบบได้ง่ายขึ้น ได้แก่ Adobe Dreamweaver, Microsoft Expression Web เป็นต้น


 Adobe Dreamweaver

Microsoft Expression Web

   11. ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูล (Communication Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลภาพ ข้อมูลเสียง การรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล  การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประชุมออนไลน์  การพูดคุยและสนทนา  หรือการค้นหาข้อมูลต่างๆ เป็นต้น
 

เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) เป็นโปรแกรมที่ท่องไปในอินเทอร์เน็ต ได้แก่ Internet Explorer, Safari, Mozilla Firefox, Opera เป็นต้น
โปรแกรมส่งข้อความ (Instant Messaging) เป็นโปรแกรมที่สนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต ได้แก่ Windows Live Messenger, Google Talk, ICQ, Yahoo Messenger,Skype เป็นต้น
   

ลิขสิทธิ์การใช้ซอฟต์แวร์

    1. ซอฟแวร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์  มีความสามารถครบถ้วน ผู้ใช้งานต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้ซอฟต์แวร์
2. แชร์แวร์ (Shareware) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์  มีความสามารถครบถ้วน หรืออาจจะตัดความสามารถบางส่วนออกไป  หรือจำกัดจำนวนข้อมูลในการใช้งาน โดยสามารถนำไปทดลองใช้งานได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  ถ้าทดลองใช้งานแล้วพบว่าสามารถนำไปใช้งานได้ตรงกับความต้องการ  ก็สามารถชำระเงินให้กับผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานต่อไปได้
3. ฟรีแวร์ (Freeware) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์  ที่แจกจ่ายให้ใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  แต่ไม่อนุญาตให้นำซอฟต์แวร์นี้ไปใช้ในเชิงการค้าได้ ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง source code ได้
4. ซอฟต์แวร์สาธารณะ (Public-Domain Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่แจกจ่ายให้ใช้งานได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน ผู้ใช้สามารถที่จะเปลี่ยนแปลง source code ได้ตามความต้องการ
ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source Software)
    - ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source Software) เป็นแนวทางของการพัฒนาและเผยแพร่ซอฟต์แวร์ที่แตกต่างจากรูปแบบการพัฒนาและเผยแพร่ซอฟต์แวร์แบบมีลิขสิทธิ์
- แนวคิดพื้นฐานของการพัฒนาโอเพนซอร์สก็คือ ทุกคนสามารถเรียนรู้  แก้ไข/ปรับปรุง/เพิ่มเติม ทำซ้ำ และเผยแพร่ได้
ตัวอย่างซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ระบบปฏิบัติการ Linux, Apache (Web Server), MySQL (Database), PHP (ภาษาเขียนเว็บเพจ) เป็นต้น



ลองคิดกันหน่อยนะ 
ซอฟต์แวร์มีมากมาย นักเรียนลองนึกสิว่าตนเองสามารถใช้งานโปรแกรมอะไรได้บ้าง  ?

About admin